ชวลิต วิชยสุทธิ์ : เล่าถึงวันที่พ่อ แม่ ลูก คุยกันในวันเว้นวรรคการเมือง

Last updated: Mar 14, 2017  |  451 จำนวนผู้เข้าชม  |  คอลัมน์

ช่วงนี้ลูกชายคนเล็กสงสัยว่า พ่อทำไมต้องมาอ่านหนังสือเตรียมเอกสารมากมายทั้งที่เป็นห้วงเวลาเว้นวรรคทางการเมืองเข้าปีที่ 3 แล้ว ซ้ำยังเห็นพ่อคุยแต่เรื่องเก่า ๆ เหมือนจะย้อนอดีตไปหาความสุขเก่า ๆ ที่เคยมี ที่เคยได้รับ พ่อเป็นอะไรไปหรือ ?


ได้ตอบลูกคนเล็กไปว่า พ่อได้รับหนังสือเชิญจาก ปปช.ไปให้ถ้อยคำในฐานะผู้ให้ถ้อยคำจากกรณีที่พ่อแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฯ ตั้งแต่ปี 2556 จึงต้องเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน เพราะเวลาผ่านมาหลายปีแล้ว


ลูกคนเล็กจึงกล่าวว่า มิน่าล่ะ พ่อถึงดูวุ่นวายกับเอกสาร แทบไม่มีเวลาพักผ่อน คงปวดหัวพิลึก พ่อทำงานมามาก ลองเล่าที่พ่อจะสบายใจให้ฟังบ้างดีกว่าจะได้ผ่อนคลายบ้าง


จึงตอบลูกชายไปว่า อดีตที่ผ่านมา พ่อได้ทำงานในสองสถานะ คือ

ช่วงแรก รับราชการ ระหว่างปี 2515 - 2543 เป็นเวลา 27 ปี


ช่วงที่สอง เป็นนักการเมือง ตั้งแต่ปี 2544 ถึงปัจจุบัน

 

จึงเหมือนกับปลาสองน้ำ อยู่ได้ทั้งน้ำจืด กับน้ำกร่อย นับเป็นโชคดีที่พ่อได้มีโอกาสปรับหรือเลือกเอาส่วนดีของแต่ละระบบมาไว้ใช้ประโยชน์ในการทำงาน เพราะแต่ละระบบก็มีทั้งส่วนดีและส่วนบกพร่อง

 

ช่วงรับราชการ ในปี 2538 ครั้งเป็นนายอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พ่อได้รับรางวัลนายอำเภอดีเด่นด้านการบริการประชาชนในสำนักทะเบียน


ช่วงเป็นนักการเมืองในปี 2553 ครั้งพ่อเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับการโหวตจากสื่อมวลชนประจำรัฐสภาทุกสาขา (หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์) ให้เป็น "ดาวเด่นสภา ฯ ประจำปี 2553" ด้วยเหตุผลที่แปลกไปกว่าทุกครั้ง โดยสื่อมวลชนได้ให้เหตุผลประกอบว่า

" ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล สะทัอนผ่านกระทู้ถาม กระทู้สด การอภิปรายอย่างเป็นเหตุ เป็นผล ไม่ใช้คำพูดเสียดสี ปราศจากบุคลิกแข็งกร้าว และคำพูดก้าวร้าว เป็นแบบอย่างการทำหน้าที่ของ ส.ส.ท่ามกลางสภาพความขัดแย้งทางการเมืองอย่างหนัก"

ได้บอกลูก ๆ ไปว่า การที่พ่อได้รางวัลดีเด่นในช่วงการรับราชการ และเมื่อมาเป็นนักการเมือง ก็ได้รับรางวัลดีเด่น การได้รับรางวัลดีเด่นมานั้นไม่ใช่โชคช่วย หรือรางวัลลอยมากลางอากาศ แต่เป็นผลมาจากการทำงานหนัก ด้วยความอดทน อุตสาหะ มานะ บากบั่นอย่างที่สุด พ่อไม่เคยได้อะไรมาง่าย ๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปากสักครั้ง แต่ต้องใช้กำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญา อย่างเต็มความสามารถ

อย่างไรก็ตาม การทำหน้าที่ดังกล่าว นอกจากได้รับรางวัลตอบแทน ขณะเดียวกันพ่อก็ได้รับก้อนอิฐด้วย ชีวิตผ่านขวากหนาม ถูกหนามเกี่ยว หนามแทงเลือดซิบเจ็บปวดมาตลอดชีวิตเช่นกัน

ที่ยังค้างคาอยู่ เป็นคดีความในศาลก็มี เป็นผลพวงต่อเนื่อง จากการแก้รัฐธรรมนูญ ฯ และที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ คือ ปปช.ได้เรียกไต่สวนประเด็นการแปรญัตติ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ฯ ซึ่งแปลกใจอยู่บ้างที่นำร่างกฎหมายที่ตกไปแล้วมาเป็นประเด็นในการไต่สวนหาคนกระทำผิด เพราะการเสนอกฎหมาย การแปรญัตติ เป็นการทำหน้าที่ ส.ส.ในกรอบรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญ ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ตกไป ไม่มีผลบังคับใช้แต่อย่างใด แต่กลับเอามาเป็นประเด็นในการไต่สวนก็ต้องต่อสู้ไปตามกระบวนการ

การไต่สวนของ ปปช. ครั้งนี้ ได้ไต่สวนท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ก็พยายามมองโลกในแง่ดี ต่างคนต่างทำหน้าที่

พ่อไม่ได้หวังให้ใครช่วยจากผิดเป็นถูก ขอเพียงได้รับความเป็นธรรม ด้วยกระบวนการที่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่มีธงล่วงหน้า ฯลฯ ซึ่งก็เหมือนกับวิญญูชนทั่วไปที่ต้องการความยุติธรรม

หลังปฏิวัติรัฐประหารใหม่ ๆ พ่อแต่งเพลง "อภัย" ทั้งร้องเอง จัดคอนเสิร์ต "อภัย" หารายได้ตั้งมูลนิธิผู้สูงอายุบ้าน
นครพนม การแต่งเพลง "อภัย" ดังกล่าว เพื่อเตือนสติตนเองและทุกฝ่าย เพราะบ้านเมืองบอบช้ำมา 10 กว่าปีแล้ว เราต้องร่วมมือกับทุกภาคส่วนนำประเทศออกจากกับดักแห่งความขัดแย้งให้ได้


แต่ดูเหมือนที่ผ่านมาเราจะเป็นฝ่ายให้อภัยอยู่ฝ่ายเดียว เห็นได้จากกรณีตัวแทนของพรรคเพื่อไทยได้เสนอแนวทางสร้างความปรองดองต่อคณะอนุกรรมการ ฯ ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 หลายประการ พร้อมทั้งได้

 

ยกตัวอย่างกรณีบุคคลบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี

 

ซึ่งต่อมาภายหลังศาลยุติธรรมตัดสินว่าไม่ผิด แต่เราก็ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ไปแล้ว ซึ่งเราก็ให้อภัย เป็นตัวอย่างของการใช้คุณธรรมทางศาสนาในสถานการณ์สร้างความปรองดอง แม้สถานการณ์ขิางหน้ายังไม่รู้ว่าเราจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่

แต่ชีวิตคือการต่อสู้ พ่อก็ต้องทำหน้าที่ป้องกันตนเองและพวกพ้องด้วยหลักวิชา ทั้งหลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และหลักธรรมะ อย่างดีที่สุด

ลูก ๆ ได้ฟังพ่อเล่าเริ่มออกอาการเป็นห่วง เรียกร้องว่า พ่อพักได้แล้ว จากที่ฟังพ่อเล่ามา พ่อทำงานเพื่อสังคมมามากแล้ว พ่อได้ความภูมิใจ แต่ก็เสี่ยงคุก เสี่ยงตะราง การเมืองเมืองไทยโหดร้ายเกินไป เกินกว่าพ่อจะลงไปทุ่มเททำงาน เพราะการเมืองเมืองไทย ไม่มีรูปแบบ ไม่เสถียร ขาดความเชื่อมั่น ขาดความมั่นคง ฯลฯ ด้วยปัจจัยนอกระบบการเมืองปกติ ที่ควบคุมไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ แต่การเมืองนอกระบบนั้น กลับมีอำนาจพิเศษตรวจสอบได้ทุกภาคส่วน ยกเว้นตนเอง ทั้งนิรโทษกรรมให้ตนเองและพวกพ้องได้อีกต่างหาก พ่อพักเถอะ ทำมามากแล้ว เหนื่อยมามากแล้ว

ได้ตอบลูกไปว่า พ่อก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่ไม่ท้อ ที่สำคัญ ยังมีคนที่ลำบากกว่าเราอีกมาก เราเป็นตัวแทนประชาชน
ที่ประชาชนเลือกมาทุกครั้ง เขาฝากความหวังไว้กับตัวแทนของเขา แม้เราจะเว้นวรรคการเมือง ก็ทัอไม่ได้

พ่อเห็นว่า บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าได้ ต้องอยู่ในบริบทประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับสากล บวกกับวัฒนธรรมประเพณี และประวัติศาสตร์ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พ่อขอเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่คิดว่าเป็นส่วนใหญ่ ร่วมมือกันผลักดันให้การเมือง การปกครอง ของประเทศไปสู่แนวทางดังกล่าว


ข้างต้นให้เป็นผลสำเร็จ ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของลูก หลานต่อไปในอนาคต พ่อยังมีความหวังเหมือนคนไทยส่วนใหญ่ที่หวัง

ประการสำคัญ พ่อยังมีหน้าที่เพื่อชาวนครพนม ที่เคยเลือกพ่อมา พ่อไม่ลืมบุญคุณชาวนครพนม ยังมีงานอีกหลายอย่างที่จะสร้างความสุขให้ชาวนครพนมที่พ่อยังทำไม่สำเร็จ ยังต้องสานต่อ ต่อไป

สุดท้าย พ่อเป็นส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย เป็นสมาชิกคนหนึ่งที่ทำงานให้พรรค เมื่อการเมืองเปิด พ่อมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประขาชน ให้กับประเทศชาติเป็นส่วนรวม โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน ที่ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอยู่ ณ ขณะนี้ พ่อเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยทำได้ด้วยองค์ความรู้ และประสบการณ์ที่มี


ถ้าประชาชนให้โอกาส พรรคเพื่อไทยทำได้ เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว พ่อเชื่อมั่นว่าเราสามารถร่วมกับภาคส่วนต่างๆนำพาประเทศเดินหน้าไปได้

ท้องฟ้าเมื่อมีมืด ย่อมมีสว่าง โลกไม่ได้มืดมิดเสมอไป เมื่อท้องฟ้าแจ่มใส ประชาธิปไตยจะกลับคืนมา

13 มีนาคม 2560

---------------

ปล.1 ชวลิต วิชยสทธิ์ อภิปราย ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ


ปล.2 ชวลิต วิชยสุทธิ์ แถลงเปิดคดีกรณี ปปช.เสนอ สนช.ถอดถอน 248 ส.ส.


Powered by MakeWebEasy.com