ต่อให้เป็น “นายกฯ คนนอก” ก็ไปไม่รอด โดย คณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. ปี 2540

Last updated: Oct 4, 2017  |  824 จำนวนผู้เข้าชม  |  คอลัมน์

ต่อให้เป็น “นายกฯ คนนอก” ก็ไปไม่รอด โดย คณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. ปี 2540

บทบัญญัติที่ว่าด้วยมาตรการในการกำกับ ตรวจสอบ และควบคุมคณะรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีทั้งสิ้น 16 รายการ ด้วยกัน ซึ่งแต่ละรายการก็หนักหนาสาหัส สำหรับใครก็ตามที่หาญกล้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีร่วมคณะ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ทั้งนี้ บทบัญญัติทีว่าด้วยการกำกับควบคุมรัฐบาลทั้ง 16 รายการดังกล่าว ยังไม่นับการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 150

การเข้าชื่อกันจํานวนหนึ่งในห้าเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ตามมาตรา 151

การเข้าชื่อกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนหนึ่งในสิบ เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152

การเข้าชื่อกันของสมาชิกวุฒิสภาจํานวนหนึ่งในสามขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสําคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 153

และกรณีที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แจ้งไปยังประธานรัฐสภา เพื่อขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภา เป็นการประชุมลับโดยไม่มีการลงประชามติ เพื่อปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างรัฐสภากับคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 155

ซึ่งล้วนเป็นภาระและหน้าที่ของรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่จะต้องเข้าประชุมทุกครั้ง ถือเป็นการกํากับรัฐบาลโดยฝ่ายนิติบัญญัติที่มีมากขึ้นกว่าในรัฐธรรมนูญฉบับใด

และทั้งหมดนี้ คงจะทําให้แลเห็นแล้วว่า คําเปรียบเปรยทีถูกยกมากล่าวอยู่บ่อยๆ ที่ว่า รัฐบาล หรือคณะรัฐมนตรีตามรัฐ ธรรมนูญฉบับนี้เป็นได้เพียงแค่ “เป็ดง่อย” หรือไม่ก็ “ลูกไก่ในกํามือ” ของศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และวุฒิสภา จึงไม่เกินเลยไปกว่าความเป็นจริง

และก็คงไม่ยากที่จะคาดเดาเช่นเดียวกันว่า รัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งรวมทั้งประเทศชาติและประชาชนที่จะตกเป็นภาระของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะประสบชะตากรรมเช่นไร ?

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรี เป็น ส.ส.และก็คงไม่เว้นแม้แต่นายกรัฐมนตรีที่เป็น “คนนอก”