‘ชาวนา’ บุคคลแห่งปี 2560 จากวีรกรรม “ผู้เสียสละ” อดทนทุกสภาวะ “น้ำท่วม-น้ำแล้ง-ราคาข้าวตกต่ำ”

Last updated: Dec 21, 2017  |  659 จำนวนผู้เข้าชม  |  คอลัมน์

‘ชาวนา’ บุคคลแห่งปี 2560 จากวีรกรรม “ผู้เสียสละ” อดทนทุกสภาวะ “น้ำท่วม-น้ำแล้ง-ราคาข้าวตกต่ำ”

ถือเป็นธรรมเนียมไปแล้ว สำหรับห้วงเวลาใกล้สิ้นปี ที่สื่อมวลชนสำนักต่างๆ จะเผยแพร่ บุคคลแห่งปี,ข่าวแห่งปี,เหตุการณ์แห่งปี ฯลฯ โดยเฉพาะในกรณี  “บุคคลแห่งปี” ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากการเปิดให้ประชาชนเป็นผู้โหวตผ่านช่องทางต่างๆ และแน่นอนว่าส่วนใหญ่ผลโหวตคะแนนสูงสุด มักจะตกไปอยู่กับบรรดาผู้มีชื่อเสียง นักการเมืองดัง หรือเหล่าดารา ศิลปิน

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมยังมีกลุ่มบุคคลที่อาจ “เสียงไม่ดัง” เท่ากับกลุ่มคนอื่นๆ แต่จากการที่ทีมข่าว TV24 สถานีประชาชน ได้ลงพื้นที่สัมผัสมาตลอดปี 2560 นั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า เราต้องยกตำแหน่งบุคคลแห่งปี ให้กับ “ชาวนา” ทุกคน

คุณกันตภณ อนุวรรณ ผู้สื่อข่าว TV24 ที่เกาะติดชีวิตชาวนา สะท้อนผ่านรายงานพิเศษชิ้นนี้ ได้อย่างน่าสนใจ...


"ชาวนา ผู้เสียสละแห่งปี"



ปี 2560 ที่ผ่านมา ชาวนาต้องเผชิญกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำมาโดยตลอดและต้องปฏิบัติตามข้อสั่งการของภาครัฐโดยไม่มีเงื่อนไข พื้นที่ทำนาก็กลายเป็นพื้นที่รับน้ำ หนี้สะสมจึงเพิ่มมากขึ้นเกินเยียวยา นี่คงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวนาคือผู้เสียสละแห่งปี

นับแต่เปลี่ยนแปลงนโยบายภาคการเกษตร หลากหลายโครงการที่ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างชาวนาก็เปลี่ยนไป ชีวิตชาวนาขึ้นลงตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนด รวมถึงสถานการณ์ของราคาข้าว ที่มีผลอย่างสำคัญต่อชีวิตชาวนา

ต้นปี 2560 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุมัติวงเงินงบประมาณ 20,000 บาท เพื่อจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการลดการปลูกข้าว หันมาปลูกพืชทดแทน เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลูกหมามุ่ย หรือพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆรวมถึงการเลี้ยงสัตว์

ช่วงกลางปี 2560 รัฐบาลประกาศขอความร่วมมือชาวนา 22 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา งดทำนาปรัง โดยให้เหตุผลว่า หากเกษตรกรเดินหน้าปลูกข้าวอาจได้รับความเดือดร้อน แบกรับความเสี่ยงเรื่องราคาผลผลิตข้าวตกต่ำ เผชิญกับผลกระทบจากปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง หรือปัญหาอุทกภัย

ช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2560 รัฐบาลประกาศมาตรการชะลอการขายข้าว ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่กลับเป็นช่วงเดียวกับการขอความร่วมมือให้ชาวนาในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด งดทำนาปรัง

15 กันยายน 2560 รัฐบาลประกาศให้พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาเป็นพื้นที่รับน้ำ ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย มีผลต่อการเพราะปลูกในฤดูการผลิตใหม่ที่จะล่าช้าออกไป

เมื่อชาวนาขาดรายได้ ปัญหาหนี้สินจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ชาวนาต้องแบกรับภาระหนี้สิน ทั้งในและนอกระบบ กระทบกับคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปมาก หลังภาครัฐเข้ามาเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเกษตร

ชาวนาเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยืนยันว่า ตลอด 3 ปีหลังยุติโครงการรับจำนำข้าว คุณภาพชีวิตมีแนวโน้มทดถอยลง ปัจจัยสำคัญมาจากราคาข้าวตกต่ำ ชาวนากลุ่มเดียวกันนี้ ยินยอมที่จะเสียสละให้นำพื้นที่การเกษตรไปใช้เป็นพื้นที่รับน้ำ แต่หลังน้ำลดต้องการให้ผู้มีอำนาจลงมาช่วยเหลือเยียวยา เพื่อเตรียมการเพาะปลูกใหม่ในฤดูกาลถัดไป ซึ่งดูเหมือนว่า ข้อเรียกร้องที่ส่งถึงภาครัฐดังกล่าว จะไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ

ที่สำคัญแม้รัฐจะมีนโยบายเพื่อช่วยเหลือชาวนา แต่ดูเหมือนจะไม่ตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาวนาอย่างแท้จริงโดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด ที่มาตรการจากรัฐออกมายังรองรับไม่ตรงกับช่วงที่นาข้าวให้ผลผลิต

ทั้งหมดคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวนา ในปี 2560 แม้รัฐจะมีการช่วยเหลือแต่ดูเหมือนยังไม่ตรงกับความต้องการ พื้นที่การเกษตรกลายเป็นพื้นที่รับน้ำ ปัญหาหนี้สินเพิ่มมากขึ้นเกินจะเยียวยา ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาข้าวตกต่ำ แต่ พี่น้องชาวนาทั่วประเทศ ก็ไม่เคยปฏิเสธชะตากรรมเหล่านี้ ยืดอกทำนา หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน

จากนี้ก็ได้แต่หวังว่า ข้อเรียกร้องสูงสุดที่ต้องการให้รัฐลงมาดูแลราคาข้าวอย่างเหมาะสมที่เกวียนละประมาณ 10,000 บาท จะเกิดขึ้นได้จริงตามเสียงเรียกร้อง

 

 

 

กันตภณ อนุวรรณ ผู้สื่อข่าว TV24 สถานีประชาชน