‘ชวลิต’ ชี้ 4 ปี คสช.บริหารประเทศถึงทางตัน ความเชื่อมั่นถดถอย ต้องแก้ที่ต้นเหตุ

Last updated: May 27, 2018  |  404 จำนวนผู้เข้าชม  |  NEWS

‘ชวลิต’ ชี้ 4 ปี คสช.บริหารประเทศถึงทางตัน ความเชื่อมั่นถดถอย ต้องแก้ที่ต้นเหตุ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า คสช./รัฐบาล บริหารประเทศครบ 4 ปี เมื่อ 22 พ.ค.61 ที่ผ่านมา ถูกวิพากษ์ว่าทำให้ความเชื่อมั่นถดถอย กล่าวคือ
1. ความเชื่อมั่นทางการเมืองถดถอย 

         (1) ทั้ง พท.และ ปชป. ต่างร้องขอความเป็นธรรมต่อศาล รธน. ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า คสช.ออกคำสั่งที่ 53/2560 ขัด รธน. ส่งผลให้พรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองเสียหาย ถูกตัดสิทธิตามกฎหมายที่มีมาแต่เดิม

          (2) พท.แถลงข่าววิจารณ์ผลงานรัฐบาลในโอกาสครบรอบ 4 ปี

ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นภาษีของประชาชนไปบริหารประเทศ ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่กลับถูก คสช.แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงว่าขัดคำสั่ง คสช.ที่ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง และคดีความมั่นคงตาม ม.116

         (3) เลื่อนการเลือกตั้งหลายครั้ง จนเกิดกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

ซึ่งมีแกนนำเป็นนักศึกษา เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งใน พ.ย.61 ตามที่นายกรัฐมนตรีเคยรับปากกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งไปเยือน แต่การเรียกร้องดังกล่าวกลับถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ทำให้ได้รับเสียงคัดค้านจากนานาชาติ โดยเฉพาะจาก UN ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในทันที

          (4) มีการตั้งเพจสอบถามความนิยมที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า จะสนับสนุนให้เป็น นรม.ต่อ หรือไม่ ปรากฎว่าในจำนวนผู้แสดงความเห็นเกือบห้าแสนคน มีผู้แสดงความเห็นไม่สนับสนุนให้อยู่ต่อกว่า 90%

2. ความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจถดถอย

            ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ยังเป็นปัญหาหลักของประชาขนส่วนใหญ่ ที่รัฐบาลยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ทั้งนี้ การที่ตัวเลขอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ดีขึ้น พิสูจน์แล้วว่าดีเฉพาะบริษัทส่งออกใหญ่ ๆ ไม่กี่บริษัท ช่องว่างของรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งสูงขึ้น ดังที่พูดกันติดปากขณะนี้ว่า รวยกระจุก จนกระจาย

3. ความเชื่อมั่นในความเป็นกลางของรัฐบาลไม่มี

           มีข้อพิจารณาว่า รัฐบาลจะเป็นกลางหรือไม่ จะร่วมกับ กกต. จัดการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม ให้ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนและนานาอารยประเทศ หรือไม่

           มีข้อสังเกตว่า เมื่อใกล้จะครบ 4 ปีของการบริหาร รัฐบาลถูกวิพากษ์ว่าจะสืบทอดอำนาจต่อ เพราะมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาสนับสนุน ถึงขนาดมีการวิพากษ์ว่าใช้สถานที่ราชการประชุมปรึกษาหารือ เพราะมีข่าวออกมาเป็นระยะ ๆ ว่า มีรัฐมนตรีในรัฐบาลเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค และยังมีการตั้งพรรคการเมืองสนับสนุนรัฐบาลอีกหลายพรรค สอดคล้องกับการจัดทำกติกาใน รธน.ให้ระบบการเลือกตั้งเป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสม เพื่อให้พรรคการเมืองเป็นพรรคเล็กพรรคน้อย

          นอกจากนี้ ช่วงเข้าปลายปีที่ 4

รัฐบาลได้ออกประชุม ครม.สัญจร บ่อยครั้ง ทุกครั้งจะมีการพบอดีตนักการเมืองในพื้นที่ มีเสียงครหาใช้พลังดูดทั้งงบประมาณและโครงการพัฒนาเพื่อประโยชน์ในทางการเมืองร่วมกัน

          สิ่งที่น่าเป็นห่วงต่อภาพลักษณ์ของประเทศไปมากกว่านั้นก็คือ ภายใต้กติกาที่ คสช.กำหนดไว้

จะมีการคง ม.44 ไว้ทั้งก่อนการเลือกตั้ง ระหว่างเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งจนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะแล้วเสร็จ

           ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้น

ตนมองว่าเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ประเทศไม่ได้รับความเชื่อมั่น ซึ่งความไม่เชื่อมั่นนั้นกระทบกับคนไทยทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ ทั้งทางด้านการค้า การลงทุน และเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของประเทศ

           นายชวลิต ฯ กล่าวในที่สุดว่า

ตนมองว่า การขาดความเชื่อมั่นเป็นทางตันของประเทศ เมื่อทราบถึงปัญหา ทราบสาเหตุของปัญหา ตามหลักพุทธศาสนาก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ปัญหาถึงจะยุติ ตนเชื่อว่า ประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้

ทุกปัญหามีทางออก เช่น เริ่มมีผู้ให้ความเห็นว่า ควรมีรัฐบาลเฉพาะกาล จะได้มีความเป็นกลาง สร้างความเชื่อมั่นประเทศ โดยใช้กติกาที่เป็นประชาธิปไตย

          ตนมั่นใจว่า ประเทศไทยจะต้องไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเซียอย่างแน่นอน เชื่อว่ามีหลายภาคส่วนเห็นความบอบช้ำของประเทศและประชาชน พยายามหาทางออกให้กับประเทศ  และทางออกนั้นจะนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่เชื่อมโยงกับสากล จึงขอให้กำลังใจประชาชนคนไทย อย่าเพิ่งท้อถอย ขอให้อดทน ใช้สติดิดตามข้อมูลทุกด้านอย่างรอบคอบ และใช้แนวทางสันติในการแก้ปัญหา เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศสืบไป