‘วัฒนา’ อัด ‘ประยุทธ์’ เหมือนให้ท้าย ‘สุวิทย์’ ทั้งที่มีคดีร้ายแรง และคดีปลอมพระปรมาภิไธย

Last updated: May 27, 2018  |  619 จำนวนผู้เข้าชม  |  NEWS

‘วัฒนา’ อัด ‘ประยุทธ์’  เหมือนให้ท้าย ‘สุวิทย์’ ทั้งที่มีคดีร้ายแรง และคดีปลอมพระปรมาภิไธย

วัฒนา อัดผู้นำรัฐบาล ที่ออกมาขอโทษนายสุวิทย์ หรือ พุทธะอิสระ พร้อมยังเรียกจนท. ไปตำหนิ เหมือนเป็นการให้ท้ายนายสุวิทย์ ทั้งที่มีคดีร้ายแรง แตกต่างกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ออกมาเรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง แต่กลับถูกตั้งข้อหาร้ายแรง


นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว กรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกมาขอโทษนายสุวิทย์ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ อีกทั้งยังตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่า 

“หรือกระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย”

การที่ผู้นำรัฐบาลได้ออกมาขอโทษและตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีการจับกุมพุทธอิสระที่นอกจากจะไม่เหมาะสมแล้วยังเป็นการให้ท้ายผู้กระทำผิด โดยเฉพาะการกระทำที่ถูกกล่าวหา ได้แก่ กรรโชกทรัพย์ อั้งยี่ ซ่องโจร และการทำปลอมขึ้นซึ่งรอยตราพระปรมาภิไธย ล้วนเป็นความผิดที่เกิดจากแรงจูงใจทางอาญา (criminal motive) ซึ่งอาจถือเป็นอาชญากรโดยสันดาน แตกต่างกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ออกมาเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง (political motive) แต่กลับถูกตั้งข้อกล่าวหาอย่างร้ายแรง พฤติกรรมการดำเนินคดีมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เช่น ถ่วงเวลาในการแจ้งข้อกล่าวหา ตลอดจนการนำตัวไปฝากขังเสมือนเป็นอาชญากรโดยเจ้าหน้าที่คัดค้านการขอประกันตัว ในขณะที่หัวหน้ารัฐบาลกลับพูดในเชิงกระแนะกระแหนว่าอากาศเป็นพิษเพราะการชุมนุม เป็นต้น

ยิ่งพิจารณาถึงกิจกรรมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่เริ่มจากการรวมตัวกันตอนเย็นของวันที่ 21 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อฟังการอภิปรายผลงาน 4 ปีของรัฐบาล จากนั้นตอนเช้าของวันที่ 22 จะรวมตัวกันเดินมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่ออ่านแถลงการณ์ เสร็จแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน กิจกรรมดังกล่าวจึงมีความเหมาะสมและมิได้สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง หากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ขัดขวาง ปล่อยให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งทำกิจกรรมจนจบก็จะไม่มีความวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น

กิจกรรมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งถือเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่อาจเป็นความผิดต่อความมั่นคง หรือทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายตามที่ตำรวจยัดข้อหาให้ แต่บางส่วนอาจไปละเมิดกฎหมายบางฉบับ เช่น พรบ. การชุมนุมสาธารณะ หรือ พรบ. จราจรทางบก ก็ถือเป็นการทำความผิดด้วยความจำเป็น ส่วนการห้ามชุมนุมเกินห้าคนก็เป็นคำสั่งเผด็จการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังเป็นไปเพื่อเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งอันเป็นการป้องกันการสืบทอดอำนาจ ซึ่งเป็นภยันตรายที่เกิดจากการรัฐประหารอันละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุจึงเป็นการป้องกันโดยชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 67 และ 68 ไม่ต้องรับโทษและไม่เป็นความผิดตามกฎหมายแล้วแต่กรณี รัฐบาลจึงควรออกมาขอโทษกลุ่มคนอยากเลือกตั้งโดยเร็ว สำหรับพุทธอิสระวันหนึ่งต้องได้ไปเจอกันแน่นอน ถ้าอยากขอโทษค่อยทำกันตอนนั้นผู้คุมคงไม่ห้าม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง